#ทริปลูกคุณหนู : ชีวิต Hiso but low budget in KANSAI (Part 1 นอนสนามบินKIX/นั่งเรือเฟอร์รี่เที่ยวKOBE)

กลับมาอีกครั้งกับทริปลูกคุณหนู #TripLukkhunnoo ขอเล่าเป็นPartนะคะ เพราะเรื่องเล่าเยอะ ภาพก็แน่นจุกมากๆ ถ้าเขียนทีเดียวฟีลคือไปพิมพ์เป็นเล่มมาขายได้เลย รอบก่อนไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่น่าเชื่อว่าจาก stat มีคนอ่านไปเกือบแสนวิวแล้วและยังมีแชร์จากแฟนเพจอีกกว่า2,000shared เอออออเริ่ดนะยะ ขออวดหน่อย งงๆตัวเองเขียนเรื่องเที่ยวเป็นครั้งแรก ส่วนcontentเรื่องบิวตี้มีคนอ่านหลักสิบ วั้ยยย

11

อ่ะเข้าเรื่องเนาะ แจ๊คจะพยายามเขียนไม่ให้เวิ้นเว้อ อ่านแล้วเข้าใจง่าย สนุกสนานตามสไตล์ตุ๊ด ไม่ถึงกับบอกว่าจะต้องขึ้นลงสถานีนี้ออกประตูนี้(อันนี้แนะนำให้ติดGuide Bookไปเล่มนึง) เอาแค่ว่าอะไรน่าไป  อะไรน่าแดกจากประสบการณ์ อะไรไม่ควรเสียตังเสียเวลาเข้าไป และประกอบไปด้วยรูปสวยๆที่ไม่มีการปรับแต่ง ภาพจากกล้อง Nikon Legria Mini ซึ่งจะเน้นไว้ถ่ายภาพเลนส์กว้าง/iPhone6plus/Canon G12 และกล้องของเพื่อนๆในทริป สำหรับแพลนสามารถลอกการบ้านทัวร์ลูกเป็ดของเก๊าได้ ตามนี้นะฮ้า

IMG_7261

วันที่1 – ลงเครื่องดึก นอนสนามบินเก๋ๆ

วันที่2 – Kobe เช้านั่งเรือเฟอร์รี่ไปโกเบ/ เที่ยวรอบเมืองโกเบ/กลับไปนอนโอซาก้า

วันที่3 – Osaka เต็มวัน เดินให้ขาลาก (ปราสาทโอซาก้า/ล่องเรือSanta Maria/ชิงช้าสวรรค์Tempozan/Umeda Sky Building)

วันที่4 – Kyoto เต็มวัน เดินให้ขาลากอีกวัน (Arashiyama/วัดทองKinkakuji/เดินตรอกGion)

วันที่5- Universal Studio เล่นให้อ่วม

วันที่6 – FreeDay Shopping แยกย้าย

วันที่7- Check out ลากกระเป๋าไปฝากที่สถานี Kyoto (อุโมงค์โทริอิ/วัดน้ำใส)/ดึกๆกลับไทยโดยJRตรงมาสนามบินต่อเดียว

เล่าก่อนว่า เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองรอบแล้ว รอบแรกโตเกียว ไปกับทัวร์ค่ะ ซึ่งแบบโอ้ยยยยไม่โอเคเลยค่ะ ทัวร์หย่อนมาก หย่อนลง15นาทีถ่ายรูปเสร็จไปต่อ จะออนเซนในโรงแรมหรอก็เดินแก้ผ้าไปเจอกับเพื่อนในกรุ๊ปทัวร์นั่นแหละ โอ้ยยย อับอายมากค่ะ เห็นกันหมดดดด หนอนชาเขียว งูน้อย งูใหญ่ งูอนาคอนด้า5555 จากไปทัวร์ด้วยความกล้าๆกลัวๆสมัยที่เพิ่งยกเลิกวีซ่า ดูทรงละญี่ปุ่นมันก็ไม่ยากหนิ ตัดสินใจว่าหลังจากนี้ถ้ามาญี่ปุ่นฉันจะมาเองเท่านั้นนนนน ออนเซนจะได้ดูหนุ่มๆยุ่นได้แบบสบายตา วั้ยย! ครั้งสองไปเที่ยวฟูกูโอกะเองก็เริ่มโปรละจ้ะ สนุกมากมาย รอบนี้เลยชวนเพื่อนๆมาเที่ยวโอซาก้า ด้วยแอร์เอเชียค่ะ ใกล้บ้านไม่ต้องถ่อไปถึงสุวรรณภูมิ (ทริปนี้จ่ายตังเองเด้อ CRเด้ออ) เราทั้ง5คน เลือกที่นั่งแบบQuiet zoneด้วย เพราะโซนนี้คนน้อยดี นอนยาวเหยียดteenได้แบบสบายๆ จ่ายตังเพิ่มรอบละ500บาทต่อคน

IMG_0008

แจ๊คสั่งสปาเกตตี้มาทานตั้งแต่จองตั๋ว ก็อร่อยดีนะ แต่แอบแพง คราวหน้าซื้อข้าวกล่องพกมากินเองดีกว่า ประหยัดไปได้อี้กกกเป็นร้อย

 

IMG_7265

อุปกรณ์การนอน การแดก คือพร้อมมากค่ะ ชีวิตนี้มีแค่นี้จริงๆ กิน ขี้ … นอน (คำในช่องว่างเติมเอาตามใจชอบ)

IMG_7272ไฟลท์ของแอร์เอเชียไม่เวิ้คอย่างนึง ตรงที่เครื่องมาลงที่โอซาก้าซะดึกดื่นเลย กว่าจะผ่านตม.มาก็5ทุ่มเที่ยงคืนละค่ะ เราแพลนกันไว้แล้วว่าคืนแรกลูกคุณหนูอย่างพวกเราจะนอนที่สนามบินเท่านั้น เพราะไม่มีรถเข้าเมืองแล้ว แต่ประเด็นก็คือประหยัดตังค่าที่พักไปอีกคืน ทำเลที่เราเดินไปเจอคือดีงามมาก อยู่หน้าLawson แดกอีกแล้วค่ะ ทริปแดกนะคะบอกก่อน

IMG_0011

ว่าด้วยเรื่องการนอนที่สนามบินโอซาก้า ไม่ต้องกังวลค่ะว่า อี๋ จะดีหรอ เรียกว่าทุกเก้าอี้มีคนจับจองหมดค่ะ ไม่ต้องกลัวเหงา ตำรวจที่สนามบินก็จะเดินเชคความเรียบร้อยตลอดเวลา ให้คุณหามุมเงียบๆแล้วกอดของมีค่าไว้กับตัวแล้วหลับให้สบายค่ะ คนญี่ปุ่นบางคนเอาผ้าห่มเอาหมอนมานอนเลย ส่วนตัวนอนไม่หลับกลัวโดนข่มขืนโดนลักหลับไรงี้ (ที่เห็นในรูปคือก่อนเรามาเก้าอี้มันก็มาชนกันเป็นที่นอนแบบนี้แล้วนะ)

IMG_7282

มานอนแล้วตอนเช้าล่ะ จะอาบน้ำยังไงงงง ไม่ต้องวอรี่ค่ะ ที่นี่เค้ามีเล้าจ์และมีบริการห้องสำหรับอาบน้ำแบบไพรเวทด้วยราคา510เยน ประมาณ150บาท ซึ่งมีสองโซนนะคะ และถ้าคนเยอะๆอาจจะเต็มได้สามารถจองได้ด้วย มีเพื่อนคนนึงไปอาบบอกว่าดีมากกกกกกก ส่วนลูกคุณหนูอย่างเราหรอ ต้องซักแห้งสิ เดี๋ยวกลิ่นน้ำหอมโคลเอ้ที่ฉีดมามันเลือนหาย แปรงแค่ฟันพอ

IMG_7287

IMG_7286

เช้าละ ไวเหมือนโกหก ไม่ได้นอนหรอก นั่งเล่นเฟซบุ๊ค เดินเล่นจิกผู้ชายในสนามบิน555 นกสิ อย่าถาม  ตอนเช้าแนะนำ ก่อนอื่นใครซื้อJR Passมาก็อย่าลืมเอาไปแลกตั๋วจริงที่อีกterminalนึงล่ะ เค้าเปิดแต่เช้าตรู่ เดินไปตามป้ายนั่นแหละ คนต่อคิวเยอะเลย รอไป (ลืมถ่ายรูป)

แพลนเที่ยวของเราความจริงจองที่พักเอาไว้ที่โอซาก้าที่เดียวเลย เพราะแต่ละเมืองสามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวได้ไม่ไกล มันไกลแหลความจริงแต่รถไฟบ้านเค้าเร็ว

วันแรกเราตัดสินใจไปโกเบ เพราะนั่งตรงจากสนามบินโอซาก้าได้แปปเดียว ไปยังไง นั่งเรือเฟอร์รี่ค่ะ ไม่ใช่เฟอร์บี้นะแก ได้บรรยากาศแปลกใหม่ ได้ฟีลนั่งเรือจากสนามบินสวยๆเก๋ๆแบบลูกคุณหนู เปล่าหรอกแก ประเด็นคือตั๋วเรือมันลดราคาตั้ง45% ไงงงง ลูกคุณหนูอย่างเราไม่รอช้า เดินดุ่มไปที่เค้าเตอร์ขายตั๋วชั้นล่าง ไปถึงเค้าเตอร์เค้ายังไม่ทันจะเปิดเลยแก (สำหรับรอบและรายละเอียดกดไปดูที่ลิ้งนี้ค่ะ เรือเฟอร์รี่โกเบ)

IMG_7290

รอไม่นานคุณลุงก็มาเปิดร้าน พร้อมกับอธิบายการเดือนทางเราคร่าวๆ เรายื่นตังให้5,000เยน นางก็กดตังใส่ตู้และชี้ให้เราเดินออกไปรอด้านนอกได้เลยค่ะ ที่ป้ายจอดรถบัสหมายเลข12

IMG_7289

สภาพแต่ละคนก็คล้ายๆซอมบี้ค่ะ หลับบ้างไม่หลับบ้าง เน้นแป้งโบกกลบความยับของใบหน้า เครื่องสำอางเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ ณ ตอนนี้

IMG_7295

ที่สนามบินมีตั้กแตนโยงโยกผูกโบว์ทัดดอกจำปาด้วยนะ คาวาอี้มากกกก

IMG_7293

นี่ค่ะ หน้าตาเรือเฟอร์รี่ บนเรือกว้างมากกกกกก จุคนได้หลายร้อยคน เรือจะพาไปส่งที่สนามบินโกเบซึ่งอยู่อีกฝั่งนึง จากสนามบินคันไซนั่งเรือไปประมาณไม่ถึงครึ่งชม. ถ้าไปต่อไม่ถูก เดินตามคนอื่นๆไปนั่นแหละ

IMG_7298

เรือดูนั่งสบายมากมาย เช้าๆแบบนี้แทบไม่มีคนเลยค่ะ จะนั่งจะนอนตะตีลังกาซ้อมเต้นก็ตามสบาย

IMG_0015

มีตู้กดน้ำด้วยนะจ้ะ

IMG_0019

พอถึงท่าเรือ จากนั้นก็ต้องนั่งรถไฟเข้าเมือง เค้าเรียก Port Liner ค่ะ จากสนามบินไปถึงใจกลางโกเบ สถานีSannomiya  ด้วยราคา330เยน สถานีนี้เรียกว่าศูนย์กลางการคมนาคมในเมืองโกเบ ที่จะสามารถลิ้งค์รถไฟนั่งไปมากับเมืองอื่นๆ ถ้าเทียบบ้านเราให้นึกถึงสายใต้ใหม่ หมอชิตก็ได้อ่ะ

IMG_7307

ระหว่างทางที่นั่งเข้าโกเบ ใช้เวลาสั้นๆ แต่อยากนั่งนานๆจัง วิวสวย รถไฟขับผ่านทะเลและท่าเรือที่แปลกตาจากบ้านเมืองเรา
IMG_9061

IMG_0031

รวมไปถึงสะพานข้ามทะเลสีแดงใหญ่โตสวยโดดเด่นมาก

IMG_0034

นั่งจนลืมดูเวลาจนกระทั่งมาถึงสถานี Sannomiya เราลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเองมุ่งไปที่Coin Lockerค่ะ ตู้ที่นี่มีหลายไซส์ เราเลือกช่องใหญ่สุด ใส่Luggageได้ตั้ง2ใบแหนะ ที่นี่จะใช้เหรียญหยอดนะคะ ถ้าไม่มีเหรียญไม่ต้องไปหาให้วุ่นวาย เค้ามีเครื่องแลกเหรียญ แค่หยอดแบงค์ลงไป เหรียญก็เด้งออกมา ที่บีทีเอสบ้านเราทำไมไม่ทำแบบนี้บ้างนะ

IMG_7308

ดูแค่ด้านหลังก็รู้ละว่าแก้งส์เราลูกคุณหนูนะจ้ะ

IMG_7309

นี่ค่ะหน้าตาของแลกเหรียญ หน้าตาเหมือนตู้เติมเงินมือถือบ้านเราเลยเนาะ

IMG_7310

เอาล่ะ ออกเดินทางกันได้เลย สำหรับนักท่องเที่ยว วิธีการเดินทางในเมืองโกเบที่แจ๊คแนะนำนั้นง่ายมากๆ คือขึ้น” City Loop Bus” 660เยน ซื้อเถอะใช้คุ้ม ถ้าเดิน คืออ่วม ไม่ไหวแน่ๆนี่พิสูจน์มาแล้นน55 ปวดน่องตั้งแต่วันแรกเลย

วิธีซื้อ สามารถซื้อได้กับพนักงานสาวสวยบนรถบัสได้เลย ไม่ต้องกังวลค่ะ ตั๋วแบบนี้จะเป็น One day pass สำหรับนั่งรถบัสได้รอบเมืองทั้งวันเลย รถจะวิ่งเป็นวงกลม คือวนไปเรื่อยๆ โดยจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆทั่วเมือง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหลง ในรถเค้าจะมีMapเป็นภาษาอังกฤษบอกสถานที่ท่องเที่ยวและป้ายจุดจอดรถด้วยค่ะ เป็นตัวเลขเลยง่ายมากๆ

IMG_7367

เริ่มต้น ที่แรก ใกล้ๆกับสถานี คือศาลเจ้า Ikuta Shrine (Shrine แปลว่าศาลเจ้า) สามารถเดินไปได้นะคะ ถ้าอยากกินบรรยากาศ เดินไปเรื่อยๆไม่ไกล ที่นี่แจ๊คไม่ได้รู้ประวัติอะไรหรอก รู้แค่ว่ามันเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่มากๆผ่านกาลเวลาหลายช่วงอายุคน ผ่านสงคราม น้ำท่วม ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ โอ้โหหหป่ะ ส่วนตัวชอบที่นี่ เล็กๆ แต่ถ่ายรูปสวยค่ะ เพราะตัวศาลเจ้ามีสีแดง ตัดคอนทราสกับสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูน่าสนใจมาก ลองจัดองค์ประกอบและเลือกสีเสื้อผ้ากันมาดีๆล่ะ555 อะไรจะขนาดนั้นนนน

IMG_7345 IMG_9063

เราเดินกันไปเรื่อยๆจนใกล้ถึงย่านที่เรียกว่า Kitano ระหว่างทางเจอร้าน Starbucks ตกแต่งด้านนอกสวยงามมากๆ ลูกคุณหนูอู้หูววผู้ดีอย่างเรารีบเดินไปชมกันหน่อยว่าสตาร์บั้คที่นี่มีอะไรเก๋ๆมั้ย อยู่ไทยไม่เคยได้แอ้มเงินชั้นหรอก กินแต่กาแฟรถเข็น 555

IMG_7315

ด้านในคือสะพรึงยิ่งกว่า มุมนี้เป็นโซนชั้นสองของตัวอาคาร กรอบรูปติดผนังเกือบร้อยได้ จัดแสงได้ดี ยืมแก้วเพื่อนมาถือแอ๊คท่าถ่ายรูปหน่อย ไม่ได้ซื้อเองนะ

IMG_7321

ลักษณะที่นี่เหมือนเป็นบ้านเก่าแล้วรีโนเวทใหม่ มีห้องแยกไปหลายห้องหลายมุม

IMG_0060

ที่ชอบที่สุดคือนี่ค่ะ เป็นช่วงขายของเค้า จากด้านหลังที่เห็นเลข9.1คือ เริ่มวางขายวันที่1เดือน9 Roasted  nutty chestnut ออกแนวเกาลัดปั่นใส่คาราเมล คืออร่อยยยยยมากกกกกก ก.ไก่8ล้านตัว หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้กินอีกหลายครั้งเลย หอมหวาน กรุบๆ ถูกจริตคุณหนู

IMG_9062

มาถึงที่เที่ยวอีกที่ ขอเรียกหมู่บ้านฝรั่ง ย่าน Kitano Ijikan บ้านแถบนั้นเหมือนให้ฟีลหลุดไปอยู่แถบยุโรป(พูดเหมือนเคยไป) สตอรี่สั้นๆก็คือ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วสมัยนู้นน ด้วยความที่โกเบมันอยู่ติดทะเลเป็นเมืองท่าสำคัญ ก็มีพวกต่างชาติเข้ามาทางเรือ ตั้งรกรากอาศัยที่นั่นจนกลายเป็นชุมชมนี่เอง

ย่านนี้ถ้าจะเข้าไปชมตัวบ้านต่างๆด้สนในเค้าก็มีขายตั๋วเป็นแพคเกจหลายแบบเลย ว่าเราจะเข้าบ้านไหนได้กี่ที่อะไรงี้ เราเลือกแพคเกจกลางๆคือเข้าได้5ที่ ราคา2,100เยน โอ้ย!แพงนะแก ที่ซื้อตั๋วก็แถวที่จอดรถcity loopนี่แหละ

IMG_7366

ก็มาเดินๆดู บ้านเรือนสถาปัตยกรรมภายนอกเรียกว่าสวยงามมากค่ะ ส่วนด้านในตัวบ้านแต่ละหลังก็จะบรรจุเต็มไปด้วยของสะสมจากแต่ละประเทศของเจ้าของบ้านเค้า รูปปั้นจานชามถ้วยถังกะละมังหมอไห บ้างก็จัดเป็นArt Gallery บางบ้านมีเศียรพระจากแถบบ้านเราเพียบเลย เอาจริงๆโดยรวมคือสวยแค่ข้างนอก ข้างในรู้สึกเฟคๆ

IMG_7791

IMG_7360

บ้านนี้มีรูปปั้นหมูป่า ทำจากทองเหลือง เค้าบอกให้ลูบที่จมูกจะโชคดี ป้าดดดดดด ลูกคุณหนูของเราก็ลูบกันใหญ่ เรื่องไสยศาสตร์ขอให้บอก

IMG_7799

IMG_7792

นี่หน้าตา Art Gallery อินมั้ยให้ทาย

IMG_0085

เริ่มหิวละ เรานั่งรถบัสไปที่แถวๆ Kobe Haborland ย่านนี้จะอยู่ติดริมอ่าว แถวนี้เด่นๆจะมีชอปปิ้งมอลล์ชื่อ umie Mosaic และพิพิธภัณฑ์อังปังแมน ว้าวววว อยากเห็นจุงงง แต่ก่อนอื่นท้องเริ่มร้องแล้ว เดินไปหาไรกินก่อนดีกว่า

แถวนั้นจะมีห้างนึงเรียกว่า Promena ชั้นใต้ดินเค้าเป็นฟู้ดคอร์ทค่ะ ราคากลางๆแต่มีอาหารให้เลือกหลากหลายมากๆ นี่คือที่สั่งมาค่ะ Katsudon (คัตซึด้ง) หรือข้าวหน้าหมูทอดนั่นเอง อร่อยอีกแล้วว

IMG_7369

ส่วนอีกรูปของเพื่อน มาเป็นเซต ความจริงที่โกเบนี่จะดังเรื่องเนื้อ เคยได้ยิน เนื้อโกเบ มั้ยคะ ใช่แล้วที่นี่แหละ เพื่อนบางคนไม่กินเนื้อ บางคนเป็นมังสวิร้ติ เราเลยต้องผ่านเรื่องเนื้อโกเบ สงสารวัวด้วยเลยไม่อยากกินมัน เดี๋ยวแก!ไม่สงสารหมูหรอ เอาจริงๆเราพยายามกินเนื้อสัตว์น้อยลง หันมากินโปรตีนจากไข่ โปรตีนเกษตรและถั่วแทน ถ้าทำกับข้าวกินเองก็จะไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ แต่ก็ยังไม่ได้เลิกซะทีเดียว โดยเฉพาะข้าวเหนียวหมูปิ้ง

IMG_9101

เดินไปเรื่อยๆผ่านร้านต่างๆ มีอะไรให้หยุดดูตลอดเวลา มีร้านไอติมแบบซอฟท์ครีมโรยป๊อบคอร์นรสต่างๆ น่ากินมาก แต่อิ่มอยู่เลยค่ะ ขอบายไปก่อน ความจริงแอบกลัวอ้วนด้วย T.T

IMG_7815

IMG_7821

จุดมุ่งหมายของเราคือ พิพิธภัณฑ์อังปังแมน เราคาดหวังว่าจะต้องเป็นมิวเซียมที่บอกเล่าเรื่องราวถึงผู้วาดการ์ตูน จุดกำเนิดและความเป็นมาของอังปังแมนตามแบบฉบับMuseum และมีอะไรให้คนวัยกลางคนอย่างเราได้ย้อนวัย ในราคาตั๋ว 1,500 เยน เดินดุ่มๆไปเลย เราคุมเงินกองกลาง จัดการซื้อตั๋วเสร็จสรรพ

IMG_7825

หน้าตาของตั๋วและถังขยะด้านหน้า คาวาอี้อีกแล้ว ส่วนมากที่นี่ถังจะแยกขยะด้วยนะคะ หน้าตามร้านสะดวกซื้อก็เหมือนกัน ที่พักก็เช่นกันนะคะ

IMG_7827

เข้ามาด้านในตัวตัก และนี่คือสิ่งที่เราเจอค่ะ ไม่ขอพูดอะไรมากค่ะ เรียกว่าepic fail เฟลสุดๆ

IMG_7851

IMG_7858

IMG_7859
IMG_7861

เพื่อนด่ายับเลยค่ะ ทุกวันนี้กลับมาไทยแล้วยังโดนด่าอยู่เลยค่ะ ซื้อตั๋วไม่ปรึกษาคนอื่น เสียกันไปคนละ 1,500เยน 450บาท ไปชมเข้าสนามเด็กเล่นแบบindoor นอกจากนี้ข้างในก็มีร้านขายที่ระลึกตามระเบียบ คือทำไมมึงเรียกตัวเองว่า MUSEUMวะ? เอาดีๆ ไม่ต้องตีหน้าแบ้วเลย

IMG_7829

จุดต่อไป เรานั่งรถบัสต่อไปที่ China Town ของโกเบ เป็นถนนยาวๆเส้นนึง อารมณ์เป็นตรอกใหญ่ที่สองข้างทางเป็นตึกแถวแบบจีน คล้ายๆChina Townของสิงคโปร์ ก็จะมีพวกของกิน ขนม อาหารจีนขายเยอะแยะเลยค่ะ ซาลาเปา ขนมจีบ บะจ่าง อะไรเทือกนี้ แต่ละร้านขายเหมือนๆกัน ดูดีมาก ราคาก็กลางๆค่ะ

IMG_7884

IMG_7876

IMG_7875

ระหว่างทางริมถนนใหญ่แถวย่าน China Town เราแวะซื้อขนมปังที่ร้าน Isuzu Bakery ไม่รู้เป็นญาติกับอิซุสุ บ้านเรามั้ย เคยอ่านในหนังสือเค้าบอกเป็นร้านเก่าแก่ของโกเบเปิดมา50ปีละ เห็นคนแน่นร้าน ต่อคิวกันจ่ายตัง เราเลยต้องลอง ราคาก็ไม่เลยแพงค่ะ ส่วนมากเป็นขนมปังมีไส้ สุ่มหยิบมั่วๆมาคนละชิ้น อ่านไม่ออกหรอก แจ๊คได้แบบไส้แกงกะหรี่มา ข้างในใส่ไข่ต้มด้วย อร่อยสุดๆ

IMG_7392

หน้าตาขนมปังร้านนี้น่ากินทุกชิ้นเลยค่ะ

IMG_7389

IMG_7390

เริ่มเมื่อยและเย็นแล้ว เรายังต้องไปเอากระเป๋าที่ล๊อกเกอร์ และต้องนั่งรถไฟJR จากสถานี Sannomiya เข้าไปที่พักที่โอซาก้าด้วย รอบนี้เราไม่ได้ใช้JR PASS ซื้อแค่ตั๋วเที่ยวเดียว 710 เยน กดจากตู้เลย นั่งตรงไปได้เลย หลังจากนี้ไม่ได้เก็บภาพแล้วค่ะ หลับบนรถไฟกันหมด ซักครึ่งชม.ตื่นมาอีกที ถึงโอซาก้าแล้ว

เราเลือกพักย่านนัมบะ เพราะเป็นย่านที่ปิดดึก เต็มไปด้วยแสงสี ร้านค้าร้านอาหาร แพลนว่าถ้ากลับมาถึงห้องแล้วไม่มีอะไรทำก็ยังออกไปเดินเล่นได้ (ย่านที่มีLandmarkของเมืองอยู่ ป้ายไฟกูลิโกะนั่นเอง) สถานีนัมบะเป็นสถานีใหญ่มากๆมีรถไฟหลายสายที่จอดที่นั่นซึ่งเชื่อมต่อกันหมด และทางเข้าออกหลายสิบประตู เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องนัมบะให้ฟังในPartต่อไปนะคะ

IMG_0296

พูดถึงเรื่องที่พัก ปกติส่วนมากเวลาเที่ยวที่ไหนก็ตาม แจ๊คจะใช้ agoda เป็นหลัก เพราะเก็บpointส่วนหนึ่งด้วย และจองง่ายดี แต่โอซาก้านั้นไม่เหมือนเมืองอื่นๆที่เคยไปมา เพื่อนเตือนแล้วว่าเธอต้องรีบจองที่พักนะ มันเต็มเร็ว ไม่เชื่อนางหรอก ด้วยความชิลมากดดูได้ก่อนไปประมาณ1เดือนซึ่งก็คิดว่าโอเคแล้วนะ ปรากฏว่าที่พักดีๆที่คุ้มค่าโลเคชั่นดีๆนั้นไม่มีว่างให้เราแล้ว อีกอย่างเราไปกัน5คน จะหาห้องให้ลงตัวนั้นยากมาก เพราะไม่ค่อยมีtriple room จะจองเตียงเสริมก็กลัวห้องแคบ จะนอนแบบDormหรือแคปซูลก็ไม่ได้เพราะแต่ละคนกระเป๋าใหญ่ เคยนอนCapsuleครั้งนึงดีมากแต่เค้ามีที่ให้เราเก็บแค่ล๊อกเกอร์เหมือนมายิม เลยตัดสินใจจองผ่าน airbnb ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่เดินทางค่ะ

airbnb เป็นเวบหรือApplication อีกอย่างที่เจ้าของบ้านหรือห้องพัก คอนโด เค้าจะปล่อยห้องให้เราเช่ารายวัน มีทั่วโลกนะคะ คอนโดที่แจ๊คอยู่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนปล่อยเช่าในแอปนี้หลายห้องเลย เพราะฉะนั้นจะไม่ใช่โรงแรมแบบที่เราเคยๆไปพัก แบบdormก็ไม่ใช่ แบบbusiness hotelก็ไม่ใช่เลย…. แจ๊คขอพูดถึงเรื่องของ airbnb อีกหน้านึง สำหรับวิธีการสมัคร การจองห้องพัก ต่างๆให้ฟัง และมีส่วนลดมาแจกด้วย (อันนี้ไม่ใช่สปอนเซอร์นะคะ) ที่ลิ้งค์นี้นะคะ … จองที่พักผ่าน airbnb ทำยังไง? สมัครยังไง? ดียังไง?

IMG_0272

ห้องพักที่เราจองอยู่ชั้น16ของตึก เป็นลักษณะคอนโดแบบhigh rise กลางย่านนัมบะ เจ้าของห้องชื่อ Akane คอยติดต่อเราผ่านApps ว่าให้เดินทางอย่างไร มีปัญหาอะไรก็คุยกับเค้าโดยตรงเลย พอมาถึงนางบอกให้กดโทรศัพท์ตรงประตูคอนโดหานางนะกดเบอร์ห้อง กดปุ๊บก็จะไปดังและโชว์หน้าจอโทรศัพท์บนห้องข้างบน คนในห้องสามารถรับสายพูดคุยมองเห็นคนข้างล่างได้เลย แล้วก็กดปลดล๊อกประตูด้านล่างจากด้านบนห้องให้เราเข้าไปได้ด้วย เฮ้ยย ไฮโซววว ที่ไทยไม่มี

IMG_7410

มาพูดถึงห้องพัก มีขนาด55ตรม. กว้างมาก มีเตียงให้2double bedและ1เตียงเดี่ยว และโซฟาก็สามารถนอนได้อีกคนด้วย สรุปความจริงห้องนี้อยู่ได้ถึง6คนเลย ค่าห้องรวมตกคืนละ8,500บาท เรา5คนนอน5คืน จ่ายที่พักคนละ1คืนค่ะ ตกคนละ 1,700บาทต่อคืน มีอะไรให้บ้างมาดูกัน

นี่คือโซนครัว อู้หูววววววววว คือมีหมด ช้อนซ้อมมีด หม้อกะละมัง เตา3หลุม เครื่องล้างจาน ตู้เย็นแบบสองบานเปิด ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องทำกาแฟ เรียกว่าเปิดภัตตาคารได้ สะพรึงและน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเรามากๆ แต่เอาจริงๆตอนเช้าหรอ ไม่มีเวลามานั่งทำอาหารหรอกค่ะ

IMG_7408

ห้องน้ำ เค้าก็แยกเป็นส่วนเปียกส่วนแห้ง และแยกห้องส้วมออกไปอีกฝั่ง เรียกว่าใครปวดอึ ใครจะอาบน้ำก็ไม่ต้องมาต่อคิวกัน มีเครื่องซักผ้าที่อบผ้าได้ และแน่นอนเตารีดก็มี ด้านหลังกระจกสามารถเปิดได้มีโฟมล้างหน้า (วิปโฟม ที่เวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อนคนไทยแม่งชอบฝากซื้อ หิ้วหนักไปอี้ก อีบ้าที่ไทยก็ไม่แพงนะแก) มียาสีฟัน มีแก้วน้ำพลาสติกหลากสีสำหรับแปรงฟันแก้วใครแก้วมัน

IMG_7403

ด้านในห้องอาบน้ำ มีพวกแชมพู สบู่เหลวเป็นขวดปั้มยักษ์ๆ ราวด้านขวามือ สามารถขยับแล้วไว้ตากผ้าได้

IMG_7415

IMG_7413

มีรองเท้าแตะให้ยืมใช้ด้วย ร่มอีก โอ้ยยเริ่ด คนญี่ปุ่นนิยมใช้ร่มคันยาวๆใสๆ เคยถามเพื่อนที่ญี่ปุ่นว่าทำไม นางบอกว่าเพราะมันถูกและมีขายทั่วไป เราเดินอยู่หลายวัน เจอตั้งแต่ที่ขนาดไม่ใหญ่100เยน เห้ยยย!ร่ม30บาท ซื้อมาอันนึง55 จนถึงใหญ่หน่อยก็ 300เยน บางคนก็ไฮโซก็ใช้ร่มสวยๆฟรุ้งฟริ้ง คันละหมื่นเยนupก็มีนะจ้ะ ซื้อได้ตามห้าง แต่ลูกคุณหนูอย่างเรา แน่นอน100เยนพอ

IMG_7402

เอาล่ะ ขอจบPartแรกกับการเที่ยวคันไซไว้แค่นี้ก่อน Part 2 แจ๊คจะพาไปทัวร์เมืองโอซาก้า ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง วิธีการซื้อตั๋วเที่ยวตั๋วรถไฟต่างๆให้คุ้มค่า ยังมีเรื่องสนุกมากมาย สามารถคลิกมาอ่านต่อกันได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่า Part2

IMG_7401

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2 comments

  1. […] จาก ความเดิมตอนที่แล้ว Part1 แจ๊คพากันไปนอนที่สนามบินโอซาก้า และพาไปทัวร์เมืองโกเบมาแล้ว รอบนี้ Part2 เรามาดูเมืองโอซาก้า กันบ้างค่ะ เนื้อหาหลักๆเหมือนเดิมค่ะ เวลามาเที่ยวเราก็อยากจะเที่ยวให้เต็มที่ แดกให้เต็มที่เนาะ แต่จะกินจะเที่ยวยังไงให้มันคุ้มค่า “คุ้มค่า” คือไม่ใช่งกนะ (นี่ไม่ใช่รีวิวเที่ยวแบบมีเงิน0บาท) แต่หมายถึง สิ่งที่ได้รับมันต้องรู้สึกว่าเหมาะสมพอดีหรือมากกว่าสิ่งที่เราจ่ายไปเนาะ  เริ่มค่ะ ไม่เวิ่น […]

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s